ขั้นตอนการปฏิบัติงานของOptician จาก The Opto



1.ปรับกรอบแว่น


กรอบจะต้องพอดีกับหน้ามากที่สุดเพื่อวัดตำแหน่งกรอบให้ถูกต้องก่อนตรวจใส่เลนส์ให้ลูกค้า
ต้องปรับจุดต่างๆเหล่านี้ด้วย

-ระดับ ปรับมุมก้านแว่นเพื่อให้กรอบวางตรงหน้า
-ความเทลงของส่วนหน้าแว่น ปรับก้านแว่นให้เอียง 5-10 อย่าให้แตะแก้ม-
-การเข้ากับรูปหน้า ต้องแน่ใจว่ากรอบจะโค้งตามรูปหน้า(แต่ต้องไม่มากไป)
-ความยาวของก้านแว่น ปรับความยาวของก้านแว่นเพื่อลดการเลื่อนลง(ใส่สบายและไม่คับ)
-ระยะเวอร์เท็กซ์ ลดระยะเวอร์เท็กซ์ได้โดยปรับแป้นจมูก แต่ต้องระวังอย่าให้เลนส์แตะขนตา
(ประมาณ 10-15 mm)





2.วัดระยะห่างของจุดกลางตาดำแต่ละข้าง(PD)



ค่าระยะห่างของจุดกลางตาแต่ละข้าง(PD)คือระยะจากกึ่งกลางสันจมูกไปยังจุดกลางตาดำ
ระบุระยะโดยปัดเศษน้อยกว่า 0.5มม. โดยใช้เครื่องวัดค่าPDวัดทั้งPDมองระยะไกลและระยะใกล้
อุปกรณ์นี้ใช้ง่าย รวดเร็ว และแน่นอน เมื่อได้ค่าที่ต้องการแล้วจึงทำเครื่องหมายบนเลนส์

การทำเครื่องหมายบนเลนส์วัตถุประสงค์ในการทำเครื่องหมายกรอบก็เพื่อเขียนตำแหน่ง
จุดกลางตาดำบนเลนส์ เพื่อให้เครื่องหมายกากบาทบนเลนส์ตรงกับจุดศูนย์กลางตาดำ





3.ทำเครื่องหมายแtละกำหนดส่วนสูงของเลนส์


เครื่องหมายกากบาทบนเลนส์ จะต้องตรงกับจุดกลางตาดำในท่าธรรมชาติของผู้สวมใส่
ส่วนสูงของเลนส์คือระยะจากกึ่งกลางตาดำถึงกรอบแว่นที่วัดได้อย่างถูกต้อง ซึ่งเป็นระยะจากล่างสุด
ของริมกรอบวงใน



วัดส่วนสูงของเลนส์โดยใช่วิธีต่อไปนี้


- นั่งตรงหน้าในระดับในระดับเดียวกับลูกค้า
- ให้ลูกค้านั่งในท่าตามสบาย และมองตรง
- มองลูกค้าให้มองตาซ้ายของท่าน
- ถือไฟฉายให้ต่ำกว่าตาซ้ายเล็กน้อย
- หลับตาขวาของท่านเพื่อหลีกเลี่ยงความคลาดเคลื่อนพาระแล็กซ์
- สังเกตตำแหน่งแสงสะท้อนในตาขวา เปรียบเทียบกับเส้นแนวตั้งแสดงระยะPDที่ทำเครื่องหมาย

ไว้บนเลนส์

- เขียนเส้นตั้งแนวนอนตรงตามแนวPDให้ตรงกับจุดกึ่งกลางตาดำ
- บอกลูกค้าให้มองตาขวาของท่าน ทำซ้ำวิธีเดียวกันนี้ที่ตาอีกข้างหนึ่ง
- ขยับกรอบขึ้นลงเล็กน้อย และปล่อยให้เข้าที่ทำซ้ำกันหลายครั้งกับตาทั้งสองข้าง
- ตรวจดูการทำเครื่องหมายบนเลนส์ให้ถูกต้องเป็นครั้งสุดท้าย






4.วัดค่าCVD แบบหน่วยเป็น mm:



ให้วัดด้านข้างของลูกค้า ด้วย Parameter Ruler โดยวัดจากระยะจากกระจกตา
ถึงกรอบแว่น โดยต้องปรับให้ได้ประมาณ 10-15 mm. เพราะถ้าคลาดเคลื่อนไปจากนี้จะมีผล
ทำให้กำลังสายตาเปลี่ยนไปจากที่ควรจะเป็น






5.วัดPantoscopic Tilt Angle (PTA) แบบหน่วยเป็น mm:



ให้ลูกค้าสวมกรอบแว่นแล้วมองตรง ปรับกรอบแว่นให้พอดี ใช้Parameter Ruler วัดโดย
ให้ส่วนหน้าParameter Ruler ขนานกับเลนส์ แล้วสังเกตดูว่ากึ่งกลางของฟองอากาศอยู่ตรงกับ
กี่องศาโดยต้องปรับให้ได้ประมาณ 7-10 องศา เพราะหากหรือน้อยกว่านี้จะมีผลในการเหลือบตา
มองระยะใกล้และจะเกิดปริซึมขึ้น ทำให้การมองไม่สบายตาเท่าที่ควร





6.วัดค่าFace Form Angle (FFA):



ให้วางแว่นโดยให้สะพานแว่นขนานกับแนวระนาบบน Parameter Rulerและสังเกตบริเวณ
ขอบเลนส์ด้านหางตาทั้งสองข้างว่าตรงกับกี่องศา โดยจะต้องปรับแต่งให้ได้ค่าประมาณ 5-10 องศา
หากมากกว่านี้จะทำให้การมองไม่สบายตา เนื่องจากเกิดปริซึมขึ้นมากแต่ในปัจจุบันมีเลนส์
ที่มีเทคโนโลยีสูงๆที่สามารถรองรับกับกรอบแว่นที่มีความโค้งมากกว่า 10 องศา ให้เลือกใช้ได้
อย่างไม่มีปัญหา


CONTACT
   
สถาบันดูแลสายตาดิ ออฟโต
สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินลาดพร้าว
เลขที่ 1 ถนนลาดพร้าว แขวงจอมพล
เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900
   
TEL : 0 2512 0453-4
FAX : 0 2512 0304 ต่อ 17
Fb : www.facebook.com/theopto
Line ID : @theopto
เดินทางสะดวกด้วย
รถไฟฟ้าใต้ดินลาดพร้าว
 

สมาชิกสมาคมส่งเสริมวิชาการแว่นตาแห่งประเทศไทย
สมาชิกสมาคมนักทัศนมาตรศาสตร์ไทย