ตรวจสมรรถภาพการมองเห็นอย่างละเอียด 11 ขั้นตอน



1.การซักประวัติ(Case History)
  เป็นการสอบถามข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับผู้ที่มารับการตรวจว่า
มีปัจจัยหลักอะไรในการเข้ารับการตรวจมีปัญหาในการมองเห็น
อย่างไรบ้าง ประวัติการใช้แว่นเดิมมีปัญหาหรือไม่ลักษณะการใช้
สายตาในชีวิตประจำวัน เพื่อช่วยในการให้ค่าสายตาที่เหมาะสม
และให้คำแนะนำในการเลือกชนิดของเลนส์ได้ถูกต้อง และยังมีการ
สอบถามข้อมูลเกี่ยวกับอาการบางอย่างเพื่อดูถึงสุขภาพตาและ
ปัญหาสายตา โดยจะให้คำแนะนำในการปฏิบัติเพื่อการมองเห็น
ที่ดีที่สุด
2.ตรวจระดับความสามารถการมองเห็น(VA)
  เป็นการตรวจความสามารถในการมองเห็นชัด เนื่องจากเกณฑ์
การบอกว่ามองเห็นได้ชัดของแต่ละคนก็ต่างกันไปจึงต้องมีเกณฑ์
ในการตรวจความสามารถในการมองเห็นขึ้นมาเพื่อเปรียบเทียบว่า
คนปกติสามารถมองเห็นชัดอยู่ในระดับใดและอยู่ในเกณฑ์ปกติหรือไม่ 


3.ตรวจหาค่าสายตาด้วยคอมพิวเตอร์ (Auto Refractometer)

  เป็นการใช้เครื่องมือที่มีความทันสมัยและมีความแม่นยำสูงในการ
ประเมินหาค่าสายตาเบื้องต้นซึ่งข้อมูลที่ได้จะนำไปประกอบกับการ
ตรวจวัดสายตาอย่างละเอียดโดยนักทัศนมาตรเพื่อที่จะให้ได้
ค่าสายตาที่จะทำให้การมองเห็นดีที่สุดและสบายตาที่สุด

4.ตรวจตาบอดสี(Color test)

  เป็นการตรวจการรับภาพของสองตาร่วมกันและสมองสามารถ
แปลผลออกมาเป็นภาพสามมิติสามารถรับรู้ความลึกของภาพได้
การตรวจนี้เพื่อที่ตรวจดูว่าการรับรู้ภาพสามมิติว่ามีความละเอียด
มากแค่ไหนอยู่ในเกณฑ์ปกติทั่วไปหรือไม่

5.ตรวจการมองเห็นภาพ 3 มิติ (Stereopsis)

  เป็นการตรวจการรับภาพของสองตาร่วมกันและสมองสามารถ
แปลผลออกมาเป็นภาพสามมิติสามารถรับรู้ความลึกของภาพได้
การตรวจนี้เพื่อที่ตรวจดูว่าการรับรู้ภาพสามมิติว่ามีความละเอียด
มากแค่ไหนอยู่ในเกณฑ์ปกติทั่วไปหรือไม่
6.ตรวจวัดความดันลูกตา (Intra Ocular Pressure)
  เป็นการวัดความดันภายในลูกตาว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติหรือไม่
เป็นการตรวจเบื้องต้นของการตรวจต้อหินซึ่งการตรวจควรตรวจ
ร่วมกับการดูขั้วประสาทตา การที่มีความดันภายในลูกตาสูงต่อเนื่อง
เบื้องต้นจะไม่แสดงอาการใดต่อคนไข้แต่จะทำให้เซลประสาทในจอ
ประสาทตาค่อยๆ เสียหายไป ทำให้ลานสายตาค่อยๆ แคบลงและ
มีผลต่อการมองในที่สุด ซึ่งการมองเห็นที่สูญเสียไปไม่สามารถรักษา
กลับคืนมาได้ จึงควรตรวจเพื่อป้องกันแต่แรก
7.ตรวจวัดจากนักทัศนมาตร (Optometrist)
  7.1 ตรวจการเคลื่อนไหวตาสองข้างร่วมกัน (Version)
7.2 ตรวจหาตาเหล่ตาเข (Cover test)
7.3 ตรวจความสามารถในการเบนตาเข้า

(Near point of convergence)

7.4 ตรวจความสามารถในการเพ่ง

(Near point of Accommadation)

7.5 ตรวจหาความผิดปกติของสายตา (Refractive error)
8.รับฟังความรู้จาก Multimedia ของ The Opto
  เป็นการให้ชมวีดิทัศน์ซึ่งประกอบด้วย จุดมุ่งหมายของ The Opto
ขั้นตอนการตรวจ 11 ขั้นตอน ความรู้เกี่ยวกับชนิดของสายตา,
ชนิดของวัสดุเลนส์ การเคลือบผิวเลนส์เพื่อเพิ่มคุณสมบัติต่างๆ
ของเลนส์และนวัตกรรมใหม่ที่จะทำให้โครงสร้างของเลนส์ดียิ่งขึ้น
เพื่อความสบายของผู้สวมใส่

9.ตรวจสุขภาพตาเบื้องต้น (Slit lamp Biomicroscope)

 

เป็นการตรวจสุขภาพด้านหน้าของดวงตา ไม่ว่าจะเป็นการตรวจ
ต้อเนื้อ,ต้อลม, ต้อกระจก หรือสุขภาพของกระจกตาและชั้นน้ำตา
ว่ามีสิ่งผิดปกติใดหรือไม่เพราะโรคทางตาบางอย่างก็มีผล
กับการมองเห็นเช่นกัน

10.ถ่ายภาพจอประสาทตา (Non mydriatic Fundus Camera)

 

เป็นการตรวจดูสุขภาพของจอประสาทตาในส่วนตรงกลางโดย
ไม่ต้องขยายม่านตา สามารถตรวจดูขั้วประสาทตาและจุดรับภาพ
ว่ามีความผิดปกติใดหรือไม่ โดยเฉพาะถ้ามีความผิดปกติ
ที่จุดรับภาพ(macular)จะมีผลต่อการมองเห็นอย่างมาก

11.สรุปผลการตรวจ

 

เป็นการสรุปผลการตรวจวัดสายตาและสุขภาพตาทั้งหมดให้แก่
่ผู้เข้ารับการตรวจทราบ และให้คำแนะนำการปฏิบัติที่เหมาะสม
กับสุขภาพตาและการมองเห็น และการเลือกใช้เลนส์ที่เหมาะสม

 

CONTACT
   
สถาบันดูแลสายตาดิ ออฟโต
สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินลาดพร้าว
เลขที่ 1 ถนนลาดพร้าว แขวงจอมพล
เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900
   
TEL : 0 2512 0453-4
FAX : 0 2512 0304 ต่อ 17
Fb : www.facebook.com/theopto
Line ID : @theopto
เดินทางสะดวกด้วย
รถไฟฟ้าใต้ดินลาดพร้าว
 

สมาชิกสมาคมส่งเสริมวิชาการแว่นตาแห่งประเทศไทย
สมาชิกสมาคมนักทัศนมาตรศาสตร์ไทย