วิธีการดูแลรักษาสุขภาพตา



สายตากับการใช้คอมพิวเตอร์

หยุดพักสายตาสักครู่


อาการตาล้า เป็นอาการทั่วไปที่เกิดขึ้นกับผู้ซึ่งใช้คอมพิวเตอร์ หากงานที่ท่านทำต้องมีการจ้อง
มอนิเตอร์เป็นเวลานานๆ ควรจะมีการหยุดพักบ้างเป็นครั้งคราว การเพ่งมองมากๆ ทำให้เกิดอาการล้า
ของกล้ามเนื้อตา การพักสายตาบ่อยๆ จะช่วยเพิ่มคุณภาพในการมองเห็นลดอาการต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น
กับดวงตา และเป็นการถนอมดวงตาอีกด้วย พยายามละสายตาจากหน้าจอเป็นเวลา 20 วินาทีในทุกๆ
20นาที การพักสายตาช่วงสั้นๆ ก่อนที่จะมีอาการตาล้าทำให้คุณสามาถทำงานได้นานขึ้น โดยไม่มีปัญหา
การล้าของตา

สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการทำงาน

ในการลดอาการตาล้าเนื่องจากการใช้คอมพิวเตอร์ ควรตรวจสอบดูบริเวณโต๊ะทำงานของท่าน
ว่ามีแสงซึ่งสะท้อนลงบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ของท่านหรือไม่ ซึ่งอาจจะเป็นแสงที่ส่องเข้ามา ทางหน้าต่าง
ด้านหลังของโต๊ะทำงาน หรือแสงจากแหล่งอื่นๆ แสงที่สะท้อนมาจากหน้าจอทำให้ ท่านต้องหรี่ตา
นอกจากนี้ยังก่อให้เกิดความไม่สบายตา เป็นผลทำให้ทำงานได้น้อยลงอีกด้วย การปรับเปลี่ยนตำแหน่ง
การวางจอคอมพิวเตอร์ หรือการใช้ม่าน,ที่บังแดด,ที่บังแสงไฟ หรือจอชนิดพิเศษที่ป้องกันแสงสะท้อนได้
สามารถช่วยลดแสงสะท้อนและลดโอกาสที่จะเกิดอาการตาล้า แสงไฟภายในห้องก็เป็นสิ่งสำคัญ แสงมาก
เกินไปหรือน้อยเกินไป ก็เป็นสาเหตุของอาการตาล้าได้


ระยะห่างที่เหมาะสมในการทำงาน


สามารถเป็นสาเหตุของอาการตาล้าได้เช่นเดียวกับการใช้คอมพิวเตอร์ ระยะห่างที่เหมาะสม
ระหว่างดวงตา และหน้าจอนั้นแตกต่างกันไป ในแต่ละบุคคลขึ้นอยู่กับรูปร่าง ลักษณะการนั่ง การจัดวาง
โต๊ะทำงานและปัญหาทางสายตาของแต่ละบุคคล โดยทั่วไปจอที่มีขนาดใหญ่จะดีกว่า เนื่องจากสามารถ
ตั้งไว้ไกลๆ และช่วยลดอาการตาล้าได้ องศาของมุมในการมองก็เป็นสิ่งสำคัญ ในการลดอาการตาล้า
ด้วย องศาที่เหมาะสมในการมองคือ 10-20 องศาใต้ระดับสายตา หากเป็นไปได้ควรวางเอกสารไว้ใน
ระดับเดียวกับจอภาพ เพื่อลดความลำบาก ในการมองและการขยับศีรษะหรือดวงตา



รังสี UV และการป้องกัน


การได้รับรังสีอัลตราไวโอเลตจากแสงอาทิตย์มากเกินไปสามารถทำให้เกิดความเสี่ยงที่จะเป็น
โรคทางตาได้สูงกว่า เช่น ต้อเนื้อต้อกระจกบางชนิด และโรคจอประสาทตาเสื่อม (AMD) ก่อให้เกิด
ปัญหาที่รุนแรงในการมองเห็นซึ่งในปัจจุบันยังไม่มีวิธีรักษา ฉะนั้น วิธีป้องกันโรคทางตา ที่เกิดจาก
รังสีอัลตราไวโอเลตที่ดีที่สุด คือ การใส่หมวกปีกกว้าง หรือใส่แว่นกันแดดทุกครั้งที่ออกนอกบ้าน
หรือเมื่อจ้องมองไปยังดวงอาทิตย์โดยตรง เช่น ขณะขับรถในเวลากลางวัน เนื่องจากเป็นช่วงที่
รังสีอัลตราไวโอเลตมีความรุนแรงมากที่สุด


วีธีเลือกแว่นกันแดด จุดประสงค์ของการสวม แว่นกันแดด ไม่ใช่เพื่อป้องกันดวงตา
จากแสงแดดเพียงอย่างเดียวเท่า แต่ยังเพื่อป้องกันรังสีอัลตราไวโอเลตอีกด้วยดังนั้นเลนส์
ที่ใช้ในแว่นกันแดดจึงควรสามารถป้องกันรังสีอัลตราไวโอเลตได้ นอกจากนั้นไม่ควร
ใส่แว่นกันแดดสีดำ ซึ่งไม่มีเลนส์ที่สามารถป้องกันรังสีอัลตราไวโอเลตได้ เนื่องจากเลนส์สีดำ
จะทำให้ม่านตาขยาย ซึ่งทำให้รังสีอัลตราไวโอเลตเข้ามายังดวงตา
ได้มากขึ้นอีกด้วย



แว่นกันแดด ที่ดีควรจะมีความโค้งเข้ากับด้านข้างของใบหน้าเพื่อให้ได้รับการป้องกันสูงสุด
สำหรับสีของเลนส์นั้นสามารถเลือกได้ตามความชอบของผู้สวม เลนส์สีเทาจะทำให้เห็นภาพได้ใกล้
เคียงธรรมชาติมากที่สุด แม้ว่าความชัดเจนจะลดลงในที่มีแสงน้อย เลนส์สีเขียวจะทำให้มองเห็นสีผิด
เพี้ยนไปจากธรรมชาติและเลนส์สีน้ำตาลหรือสีอำพันจะทำให้เห็นสีไม่ผิดเพี้ยนไปมากจากธรรมชาติ
แต่จะทำให้มองเห็นได้ชัดเจนมากขึ้น


สารปนเปื้อนต่อดวงตา

หากท่านเป็นผู้ชื่นชอบการว่ายน้ำ ไม่ว่าจะเป็นในสระว่ายน้ำหรือในทะเล ดวงตาของท่าน จะ
ต้องสัมผัสโดยตรงกับน้ำซึ่งอาจสะอาดหรือสกปรกก็ได้ หากท่านมั่นใจว่าน้ำสะอาดก็ไม่จำเป็นต้อง
เป็นกังวลอะไร อย่างไรก็ตามหากน้ำไม่สะอาด หรือมีการปนเปื้อนด้วยสารใดๆ ก็ตามหรือท่านมี
อาการระคายเคืองตา วิธีที่แก้ปัญหาที่ดีสุด คือ การลืมตาในน้ำสะอาด หรือล้างตาด้วยน้ำสะอาด
ยิ่งท่านสามารถล้างสารปนเปื้อนออกจากดวงตาได้เร็วเท่าไร และมากเท่าไร ดวงตาของท่านก็จะได้รับ
อันตรายน้อยลงเท่านั้น อย่างไรก็ตาม เมื่อท่านทำตามขั้นตอนดังกล่าวแล้วยังมีอาการระคายเคืองตา
อยู่ หรือมีอาการพร่ามัว ควรไปพบจักษุแพทย์โดยทันที



การล้างตา

ดวงตาเป็นอวัยวะที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องสัมผสกับ ฝุ่น ควัน และแสงแดด ซึ่งมักก่อให้เกิด
อาการคัน ระคายเคืองและแสบตา เพื่อบรรเทาอาการเหล่านี้คนส่วนใหญ่จะใช้น้ำยาล้างตาซึ่งอ้าง
สรรพคุณว่าสามารถล้างฝุ่นผงออกจากดวงตาได้ ในความเป็นจริงแล้ว การล้างตาไม่ใช้สิ่งจำเป็น
เนื่องจากดวงตาของเราผลิตน้ำตาตามธรรมชาติ เพื่อป้องกันและหล่อลื่นดวงตา ซึ่งน้ำตาจะชะล้าง
เอาวัตถุแปลกปลอม และเศษผงออกจากดวงตา และช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันดวงตาจากเชื้อโรค การใช้
น้ำยาล้างตาเป็นประจำอย่างต่อเนื่องจะทำให้ดวงตาสูญเสียสิ่งเหล่านี้ไป และไม่ทำให้สุขภาพตา
ดีขึ้นแต่อย่างใด


อย่างไรก็ตาม หากรู้สึกเหมือนมีอะไรอยู่ในตา อาจจะใช้น้ำสะอาดล้าง ตาได้ แต่หากมีวัตถุ
ุแปลกปลอมหรือสารเคมีเข้าตา ควรไปพบจักษุแพทย์ทัน



การแต่งหน้ารอบดวงตา

ผู้หญิงให้ความสำคัญอย่างมากในการแต่งหน้ารอบดวงต แต่ส่วนใหญ่มักจะละเลยในการทำ
ความสะอาดอย่างเหมาะสม การทำความสะอาดเครื่องสำอางออกให้หมดเป็นสิ่งสำคัญมาก เนื่องจาก
สิ่งตกค้างอาจทำให้ต่อมรอบๆ ขอบของเปลือกตาอุดตันได้ ก่อให้เกิดการติดเชื้อ หรืออาการตาแห้ง
หรือระคายเคืองตาอย่างต่อเนื่อง การล้างหน้าเพื่อทำความสะอาดเครื่องสำอางค์รอบดวงตา เพียง
อย่างเดียวนั้นไม่เพียงพอ เนื่องจากสิ่งตกค้างจาก อายแชโดว์ อายไลเนอร์ และมาสคาราบางส่วนจะติด
ค้างอยู่บริเวณรอบดวงตาและขนตาการใช้สารสำหรับทำความสะอาดเครื่องสำอางค์รอบดวงตาจะเป็น
วิธีที่ดีกว่า โดยการป้ายโลชั่นลงบนสำลี และเช็ดรอบๆดวงตาอย่างเบาๆ เนื่องจากผิวรอบดวงตา มีความ
ละเอียดอ่อนมาก การเช็ดอย่างรุนแรงอาจทำให้เกิดริ้วรอยและรอยย่นรอบดวงตา


การทำงานและอาการตาแห้ง

ลมไม่ใช่สาเหตุเพียงอย่างเดียวของอาการตาแห้ง บางท่านอาจสังเกตว่า การใช้สายตา
ต่อเนื่องเป็นเวลานานๆ เช่นการอ่านหนังสือ หรือการใช้งานคอมพิวเตอร์ต่อเนื่องเป็นเวลานานๆ ก็ทำ
ให้ตาแห้งและระคายเคืองได้ โดยอาการดังกล่าวเกิดจากเมื่อเวลาทำงานใช้สายตามากๆ จะกระพริบ
ตาน้อยลง ดังนั้นจึงทำให้น้ำตาที่หล่อเลี้ยงตาแห้งไป

อาการตาแห้ง หากปล่อยทิ้งไว้จนมีการระคายเคืองมาก จะทำให้เกิดอาการน้ำตาไหลไม่หยุด
เพื่อที่จะหลีกเลี่ยงอาการดังกล่าว ในขณะทำงานควรกระพริบตาบ่อยๆ เมื่อรู้สึกว่ามีอาการตาแห้ง
หยอดน้ำตาเทียม และพักสายตาทุกๆ 20 นาที

อาการตาล้าโดยทั่วไปสาเหตุส่วนใหญ่ของ อาการปวดตา คือ อาการกล้ามเนื้อตาล้าซึ่งเกิด
จากการมองวัตถุใกล้ๆ นานเกินไป บางท่านอาจไม่มีอาการปวดตา แต่อาจมีอาการอื่นๆ เช่น อาการ
ระคายเคืองหรือแสบร้อน น้ำตาไหล หรือปวดเบ้าตา ในบางท่านอาจรู้สึกเหมือนตาหนักๆ แม้จะไม่ง่วง
นอนก็ตาม บางท่านที่นั่งทำงานเป็นเวลานานๆ เมื่อเงยหน้าขึ้นก็จะมีการมองเห็นที่พร่ามัว และทำให้เข้า
ใจผิดว่ามีภาวะ สายตาสั้นได้ การใช้สายตามากๆ เช่น การอ่านหนังสือหรือใช้คอมพิวเตอร์ ทำให้ดวงตา
ต้องทำงานหนัก ซึ่งอาการที่กล่าวข้างต้นเป็นผลของอาการกล้ามเนื้อตาล้า ซึ่งเกิดจากการใช้สายตามาก
เกินไป วิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันอาการปวดตาจากการใช้สายตามากเกินไป คือ พักสายตา โดยการ
หลับตาหรือมองออกไปไกลๆ ควรจะพักสายตาทุกๆ 20 นาที และควรหลับตาทุก 20 วินาที


สุขภาพตากับคอนแทคเลนส์

 

การใส่คอนแทคเลนส์ขณะนอนหลับ ปัจจุบันนี้จะมี คอนแทคเลนส์ ซึ่งสามารถใส่ได้นานขึ้น
สำหรับผู้ที่มีความจำเป็นต้องทำงานติดต่อกันเกิน 10 ชั่วโมง และไม่สามารถถอด คอนแทคเลนส์ ได้
เช่น พนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน และ พยาบาล ผู้จำหน่ายคอนแทคเลนส์จะโฆษณาว่า คอนแทคเลนส์
ประเภทนี้สามารถใส่ได้ในขณะนอนหลับ ซึ่งมีความเสี่ยงมาก เนื่องจากขณะที่ใส่คอนแทคเลนส์ กระจก
ตาได้รับออกซิเจนน้อยกว่าปกติ หากใส่ คอนแทคเลนส์ ขณะนอนหลับจะทำให้กระจกตายิ่งได้รับ
ออกซิเจนน้อยลง เนื่องจากเปลือกตาปิด ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงในการติดเชื้อมากขึ้น



CONTACT
   
สถาบันดูแลสายตาดิ ออฟโต
สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินลาดพร้าว
เลขที่ 1 ถนนลาดพร้าว แขวงจอมพล
เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900
   
TEL : 0 2512 0453-4
FAX : 0 2512 0304 ต่อ 17
Fb : www.facebook.com/theopto
Line ID : @theopto
เดินทางสะดวกด้วย
รถไฟฟ้าใต้ดินลาดพร้าว
 

สมาชิกสมาคมส่งเสริมวิชาการแว่นตาแห่งประเทศไทย
สมาชิกสมาคมนักทัศนมาตรศาสตร์ไทย