การมองเห็นสามมิติ

 

หากคุณเป็นคนนึงที่คิดว่าสามมิตินะรึ...งั้นๆล่ะ ลองอ่านบทความนี้ดูซิคะ แล้วคุณจะเปลี่ยนใจ
พูดว่า สามมิติ...สุดยอดมหัศจรรย์ของการมองเห็น เลยทีเดียว

 

 

ภาพด้านบน คุณรู้มั้ยว่า คือภาพอะไร

ถ้าคุณยังมองไม่ออก เทคนิคง่ายๆ ก็คือ ให้คุณถือหนังสือนี้ห่างจากตัวคุณในระยะสุดปลาย
แขนใช้มืออีกข้างจับดินสอปลายแหลมยื่นตรงไปข้างหน้าที่รูปวางอยู่ (ให้ปลายดินสออยู่ชิดกับหนังสือ)
ตาคุณให้มองที่ปลายดินสอ คราวนี้ค่อยๆ เลื่อนดินสอเข้ามาหาตัวคุณช้าๆ (ตายังจ้องที่ปลายดินสอ)
ค่อยๆเลื่อนดินสอเข้ามาเรื่อยๆ คุณจะค่อยๆรับรู้ภาพที่วางอยู่ด้านหลังว่า มันเริ่มนูนขึ้นมาเล็กน้อย
...ใช่ค่ะสิ่งที่คุณกำลังเห็นก็คือ คำว่า EYE STRAIN (สำหรับท่านที่อายุมากกว่า 40 ปี คงต้องใส่แว่น
ดูหนังสือ และถือหนังสือห่างจากตัวประมาณ 40 ซม. และใช้วิธีการเดียวกันก็จะมองเห็นค่ะ)

แต่คุณเคยรู้มั้ยว่า การที่คุณเห็นภาพ 3 มิติได้ เป็นการบอกได้ว่า ระดับการมองเห็นของตา
ทั้ง 2 ข้างมีระดับการมองเห็นที่ชัดใกล้เคียงกัน จึงทำให้คุณสามารถเห็นความนูน ความลึก หรือที่เรา
เรียกว่า สามมิตินี้ได้ และก็สำคัญมากเสียด้วยในการใช้ชีวิตประจำวันของพวกเรา ไม่ว่าจะเป็นการ
ขับรถแซงคันหน้า การแหย่รูเข็ม หยิบปากกาที่วางอยู่บนโต๊ะ การพัทกอล์ฟ หรือแม้กระทั่งหมอฟัน
ที่กรอฟันให้เรา ก็ต้องอาศัยการมองเห็นสามมิติด้วยกันทั้งสิ้น

หากคุณยังไม่เชื่อว่าการมองเห็นสามมิติมีความสำคัญจริงๆ ก็ลองใช้มือซ้ายหยิบปากกาขึ้นมา
1 ด้าม ตั้งปลายปากกาขึ้น ยืดแขนให้ห่างจากตัวคุณประมาณ 40 ซม. คราวนี้ลองหลับตาซ้าย แล้วใช้
มือขวาหยิบปากกาอีก 1 ด้าม คุณลองเอาปากกามาวางไว้ ในระดับที่คุณคิดว่าเท่ากัน คราวนี้ลองลืม
ตาซ้ายดูซิคะว่า ปากกา 2 ด้ามอยู่ในระดับเดียวกันหรือไม่..เห็นมั้ยคะว่า การมองด้วยตาเพียงข้างเดียว
จะทำให้เราคำนวณระยะทางได้ผิดเพี้ยนไป ต่างจากการมองด้วยตา 2 ข้างแล้ววางดินสอให้อยู่ ณ
ระดับเดียวกันจะทำได้ง่ายและแม่นยำมากกว่า

กลไกการมองเห็นสามมิติ เป็นขบวนการที่ซับซ้อนของระบบการมองเห็น ซึ่งจะเริ่มมีพัฒนาการ
มาตั้งแต่คุณยังเป็นเด็ก เล็กๆ อายุประมาณ 4-5 เดือนและก็มีพัฒนาการต่อเนื่องจนกระทั่งคุณอาย
ุประมาณ7-8 ขวบ ตอนนั้นคุณก็จะมีระดับการมองเห็นสามมิติใกล้เคียงกับวัยผู้ใหญ่ แต่มีข้อแม้ที่สำคัญ
ก็คือ ตา ทั้ง 2 ข้างของคุณจะต้องมีระดับการมองเห็นที่คมชัดและต้องเท่าๆกันด้วย คุณจึงจะสามารถ
มองเห็น สามมิติได้ดีที่สุด

ดังนั้นเราจึงมักพบว่ามีบางคนที่พยายามมองภาพสามมิติแต่เค้าก็ไม่สามารถมองได้สักทีหรือ
มองได้ช้ามากๆ คนกลุ่มนี้ส่วนใหญ่แล้วจะมีระดับการมองเห็นของตาทั้งสองข้างแตกต่างกันมาก
( ตาสองข้างชัดไม่เท่ากัน) หรือคนที่มีปัญหาด้านกล้ามเนื้อตา เช่น ตาเหล่ออก เหล่เข้า หรือคนที่มี
ปัญหาตาขี้เกียจ (Amblyopia) ซึ่งเป็นผลจากพัฒนาการด้านการมองเห็นในวัยเด็กถูกขัดขวางนั่นเอง
สำหรับบางท่านที่มีสายตาทั้งสองข้างที่ชัดเป็นปกติ และเห็นชัดเท่าๆ กันแต่มองภาพสามมิติที่นำมา
เป็นตัวอย่างนี้ไม่ได้ ก็ไม่ต้องตกใจนะคะ ลองใช้เทคนิคที่แนะนำข้างต้นดู ฝึกฝนไปเรื่อยๆ ก็จะสามารถ
ทำได้เองค่ะ แต่ถ้ายังทำไม่ได้จริงๆ ให้ลองถือหนังสือใกล้เข้ามาในระดับ 30 ซม. แล้งมองให้ทะลุผ่าน
ไปด้านหลังของภาพก็จะมองเห็นได้เช่นกันค่ะแต่ลักษณะการนูนของภาพจะต่างกันนะค่ะ (ต้องใช้เวลา
ในการดูนานหน่อย จึงจะเห็นคะ)คุณสามารถทดสอบระดับการมองเห็นของคุณได้ด้วยวิธีง่ายๆ ก็คือ
การปิดตาทดสอบทีละข้างเพื่อดูว่าคุณมองเห็นได้ชัดเท่ากันหรือไม่ แต่ถ้าแตกต่างกันมาก คุณก็ควร
จะเข้ารับการตรวจเช็คสายตาได้แล้วนะคะ เพื่อสุขภาพการมองเห็นที่เป็นเลิศ

ที่มา ดร.อรนุช ทวีกุล (Doctor of Optometry)
CONTACT
   
สถาบันดูแลสายตาดิ ออฟโต
สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินลาดพร้าว
เลขที่ 1 ถนนลาดพร้าว แขวงจอมพล
เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900
   
TEL : 0 2512 0453-4
FAX : 0 2512 0304 ต่อ 17
Fb : www.facebook.com/theopto
Line ID : @theopto
เดินทางสะดวกด้วย
รถไฟฟ้าใต้ดินลาดพร้าว
 

สมาชิกสมาคมส่งเสริมวิชาการแว่นตาแห่งประเทศไทย
สมาชิกสมาคมนักทัศนมาตรศาสตร์ไทย