เลนส์เปลี่ยนสีดีอย่างไร

 

ในปัจจุบัน การดำเนินชีวิตของมนุษย์นั้น รวมถึงกิจกรรมต่างๆที่ทำในชีวิตประจำวัน คงหลีก
ไม่พ้น ที่ต้องผจญกับแสงแดด และรังสี UV เมื่ออยู่กลางแจ้งการมองเห็นที่ชัดและสบายตานั้นจะต้อง
มีความสว่าง ของแสงที่เหมาะสมไม่มากและน้อยจนเกินไป กรณีที่อยู่กลางแจ้ง หรือภายนอกอาคาร
หากปริมาณแสง มีมากเกินไป จะทำให้คุณภาพการมองเห็นด้อยลง บางท่านมีอาการแพ้แสง สู้แสง
ไม่ได้ อาจจะรู้สึกแสบตาการสวมใส่แว่นกันแดดที่มีคุณสมบัติกันรังสี UV 400 ทุกครั้งที่ต้องออก
ภายนอกอาคารจึงเป็นสิ่งจำเป็นครับ แต่ก็เป็นปัญหา สำหรับผู้ที่ต้องสวมใส่แว่นสายตาอยู่แล้ว กล่าว
คือจะต้องมีแว่น 2 อัน อันหนึ่งเป็นแว่นสายตาที่ใส่อยู่บนหน้า อีกอันเป็นแว่นกันแดดที่จะใช้เมื่ออยู่
กลางแจ้ง หรือขณะขับรถตอนกลางวัน บางคนถึงกับต้องมีแว่นอีก 1 อันเอาไว้ในรถ เพื่อใส่ขณะขับรถ
โดยเฉพาะ บางท่านแก้ปัญหาโดยใช้เลนส์ที่เคลือบสีปานกลางใส่ตลอดเวลา ซึ่งจะช่วยกรองแสงได้
บ้างขณะอยู่กลางแจ้งก็ยังดีกว่าเลนส์ใสที่มิได้เคลือบสีเลย แต่ก็จะไม่เพียงพอหากแสงมีความจ้ามาก
และจะมีปัญหาในตอนที่แสงน้อยเช่นตอนพลบค่ำ หรือตอนกลางคืนซึ่งมีปริมาณแสงน้อยอยู่แล้ว
เลนส์แว่นยังมีสีไปลดปริมาณของแสงที่จะผ่านเข้าสู่ดวงตาอีก ทำให้ทัศนะวิสัยในการมองเห็นยิ่งแย่ลง
จากปัญหาดังกล่าว เลนส์เปลี่ยนสีจะช่วยตอบโจทย์ได้ครับ เนื่องจากเลนส์เปลี่ยนสี เป็นเลนส์ที่สามารถ
เปลี่ยนสีของเลนส์ได้เอง อย่างอเนกประสงค์ โดยเลนส์จะมีสีใสเมื่ออยู่ในร่ม หรือในอาคาร แล้วจะ
เปลี่ยนสีเข้มขึ้นเมื่ออยู่ภายนอกอาคาร ทำให้ผู้สวมใส่มีความสะดวก ไม่ต้องพกแว่น 2 อัน ไม่ต้องมา
กังวลเรื่องลืมแว่นกันแดดบ้าง ลืมเปลี่ยนแว่นบ้าง เราลองมาทำความรู้จักกับเลนส์เปลี่ยนสีกันครับ

 

 

เลนส์เปลี่ยนสี หรือ Photochromic Lenses เป็นเลนส์ที่สามารถเปลี่ยนสีให้เข้มขึ้นได้
เมื่อถูกรังสี UV และเมื่อไรก็ตามเมื่อพ้นจากรังสี UV แล้ว เช่นเดินเข้ามาในอาคาร เลนส์จะค่อยๆ
เปลี่ยนสีจางลง สู่ภาวะปกติก่อนที่จะเปลี่ยนสี เลนส์เปลี่ยนสีนั้นมีทั้งในวัสดุที่เป็นกระจก ,พลาสติก
และโพลีคาร์บอเนต เลนส์เปลี่ยนสีถูกพัฒนาขึ้นครั้งแรกโดยบริษัท Corning ประมาณ
ีปีคริสตศักราชที่ 1960

ในช่วงเวลานั้น มีเฉพาะวัสดุที่เป็นกระจก และต่อมาเมื่อเลนส์มีการพัฒนาไปใช้วัสดุอื่นๆ
เทคโนโลยีของเลนส์เปลี่ยนสีก็เปลี่ยนแปลงไปให้เหมาะกับวัสดุของเลนส์ เลนส์กระจกเปลี่ยนสี
นั้นในปัจจุบันถือว่าล้าสมัยไปมากแล้ว ทั้งนี้เนื่องจากวัสดุที่เป็นกระจก ผู้บริโภคไม่นิยมใช้เนื่องจาก
มีน้ำหนักมากกว่าพลาสติก อีกทั้งเมื่อตกพื้นเลนส์ก็จะแตกง่าย ทั้งยังมีความเสี่ยงต่อดวงตามากกว่า
หากเกิดอุบัติเหตุ เช่นถูกสิ่งของบางอย่างกระแทกแว่นตา เลนส์กระจกจะแตก แล้วเศษกระจก
อาจทะลุเข้าไปในลูกตา แต่ก็มีข้อดีคือกระจกจะเป็นรอยขีดข่วนบนผิวเลนส์ยากกว่าเลนส์พลาสติก
ด้วยความไม่นิยมเลนส์กระจกของผู้บริโภคดังกล่าว ทำให้ผู้ผลิตไม่สนใจที่จะพัฒนาเทคโนโลยี
ีการเปลี่ยนสีบนเลนส์กระจก แต่กลับไปพัฒนาบนเลนส์พลาสติกแทนทั้งนี้เพราะเหตุผลในเชิงพาณิชย์

กลไกการเปลี่ยนสีของเลนส์กระจกนั้น เกิดจากการใส่สารเคมีลงไปในเนื้อเลนส์ สารนั้นมีชื่อว่า
ซิลเวอร์ฮาไลด์ ( Silver Halide ) ซึ่งเป็นสารประกอบที่มีส่วนผสมของเงิน ( Silver ) และฮาโลเจน
( Halogens ) เมื่อเลนส์ถูกแสงแดดก็จะทำให้อนุภาคอิเลคตรอนที่เกาะจับอยู่ที่ฮาโลเจน เคลื่อนที่
ไปเกาะจับที่เงิน ทำให้เลนส์มีสีเข้มขึ้น กล่าวโดยสรุปก็คือการเปลี่ยนสีของเลนส์กระจกนั้น เกิดจากการ
เคลื่อนที่ของอิเลคตรอนระหว่างโมเลกุลของเงิน และฮาโลเจนนั่นเอง เนื่องจากเทคโนโลยีการเปลี่ยนสี
ของเลนส์กระจกไม่ได้ถูกพัฒนาต่อ จึงมีข้อด้อยดังนี้ ประการแรกสีของเนื้อเลนส์ในภาวะปกติก่อนท
ี่จะเปลี่ยนสี มิได้ใสเหมือนเลนส์กระจกธรรมดา แต่สีจะออกเทา หรือน้ำตาลอ่อนๆ สีจะหม่นๆ ไม่ใส
ประการที่สองการเปลี่ยนสีเมื่อถูกแสงแดดจะช้า และสีจะคืนตัวกลับสู่สภาวะเดิมได้ช้ามาก
ประการที่สามเมื่อเลนส์ผ่านการใช้งานไประยะหนึ่งสีของเลนส์ในภาวะปกติจะหม่นๆขึ้นเรื่อยๆ
กล่าวคือมีความใสน้อยลง นั่นคือมีความเป็นสีตกค้างอยู่ในเนื้อเลนส์มากขึ้นเรื่อยๆ

ต่อไปจะขอกล่าวถึงเทคโนโลยีของเลนส์เปลี่ยนสีในเลนส์พลาสติก เทคโนโลยีในปัจจุบัน
มีหลากหลาย ขึ้นอยู่กับสารเคมีที่ใช้ และแตกต่างกันไปตามขั้นตอนการผลิต การเปลี่ยนสีบนเลนส์
พลาสติกนั้นปัจจุบันเป็นที่นิยมของผู้บริโภคมาก เนื่องจากสามารถทดแทนจุดด้อย ของเลนส์กระจก
เปลี่ยนสีไปได้มากทีเดียว กล่าวคือ เลนส์พลาสติกเปลี่ยนสีรุ่นล่าสุดเนื้อเลนส์จะใส เหมือนเลนส์
ทั่วไป สีไม่หม่น (บางรุ่นที่เป็นเทคโนโลยีเดิม สีเลนส์ก็ยังหม่นอยู่) การเปลี่ยนสีจะเปลี่ยนได้ไวกว่า
เลนส์กระจกมากเกินเท่าตัว ทั้งการเปลี่ยนสีจากใสไปเข้ม และการคืนตัวของสี จากเข้มมาใส หลัก
การก็คือ จะทำการใส่สารเคมีลงไปในเลนส์ อาทิเช่นออกซาซีน ( Oxazines ) หรือไพเรน ( Pyranes )
กลไกการเปลี่ยนสีของเทคโนโลยีนี้จะเกิดจากการเปลี่ยนโครงสร้างของอะตอมในโมเลกุลของสารที่ใส่
ลงไป จากระนาบหนึ่งที่โปร่งแสงไปสู่อีกระนาบหนึ่งที่ทึบแสง เมื่อกระทบถูกรังสี UV การเปลี่ยนสีของ
เลนส์พลาสติกนั้นจะขึ้นอยู่กับปริมาณรังสี UV เป็นหลัก รองลงมาคืออุณหภูมิ ทีนี้ผมจะขอกล่าวถึง
เฉพาะเทคโนโลยีที่ประสบความสำเร็จในเชิงพาณิชย์ หรือเป็นที่นิยมของผู้บริโภค ซึ่งเทคโนโลยีการ
เปลี่ยนสีบนเลนส์พลาสติกนั้นจะมีอยู่ 2 เทคโนโลยีหลักๆคือ

 

 

1. เทคโนโลยีของค่ายดั้งเดิม คือ Corning ชื่อสินค้าที่ทำตลาดอยู่คือ ตระกูลเลนส์เปลี่ยนสี
ที่มีชื่อว่า SunSensors หลักการคือเค้าจะใส่สารเคมีลงไปใน Monomer ที่จะนำไปทำเป็นชิ้นเลนส์
กล่าวคือ สารเปลี่ยนสีจะผสมอยู่ในเนื้อเลนส์ เฉกเช่นเดียวกันกับเลนส์กระจก เพียงแต่ใช้สารเคมี
คนละตัวกัน ข้อด้อยของเลนส์ที่ผลิตด้วยวิธีดังกล่าวนี้คือ ความเข้มของสีบนเลนส์เมื่อเลนส์เปลี่ยนสี
แล้วจะไม่สม่ำเสมอ กล่าวคือหากเป็นเลนส์ที่มีกำลังเลนส์เป็นลบ (สำหรับแก้ไขผู้ที่มีสายตาสั้น)
ลักษณะทางกายภาพของเลนส์ลบคือ ตรงจุดศูนย์กลางเลนส์จะบางกว่าบริเวณขอบเลนส์ เมื่อเลนส์
เปลี่ยนสีเข้ม จะเห็นว่าตรงกลางเลนส์สีจะอ่อนกว่าบริเวณรอบๆ

ทั้งนี้เนื่องจากตรงกลางเลนส์บางกว่า ก็มีสารเปลี่ยนสีในปริมาณที่น้อยกว่านั่นเอง ในทางตรง
ข้ามหากเป็นเลนส์ที่มีกำลังเลนส์เป็นบวก (สำหรับแก้ไขผู้ที่มีสายตายาว) เลนส์ประเภทนี้ความหนาตรง
บริเวณกลางเลนส์จะหนากว่าบริเวณขอบด้านนอกเลนส์ เมื่อเลนส์เปลี่ยนเป็นสีเข้ม ตรงกลางเลนส์จึงดู
มีสีเข้มกว่าบริเวณรอบนอก และหากกรณีที่สายตาของตาทั้งสองข้างไม่เท่ากันนอกจากสีของเลนส์ใน
แต่ละข้างไม่สม่ำเสมอทั้งเลนส์แล้ว หากดูเปรียบเทียบกับเลนส์อีกข้างหนึ่งที่มีกำลังเลนส์ที่ต่างกัน
ก็จะดูแล้วเห็นว่าสีของเลนส์ข้างซ้าย และข้างขวา มีสีที่มีระดับความเข้มต่างกันด้วย






2. เทคโนโลยีของตระกูลเลนส์ที่มีชื่อว่า Transitions หลักการของค่ายนี้คือ การเคลือบสาร
เปลี่ยนสีไว้บนผิวเลนส์ แล้วไปผ่านความร้อน สารเปลี่ยนสีจะซึมเข้าไปในเนื้อเลนส์อย่างสม่ำเสมอกัน
ในแต่ละบริเวณบนผิวเลนส์ ไม่ว่าจะเป็นเลนส์ที่มีกำลังเลนส์เป็นลบ หรือเป็นบวก การเปลี่ยนสีเลนส์
ของค่ายนี้จึงดูสม่ำเสมอทั่วทั้งเลนส์ ดูสวยงามไม่ขัดตาสำหรับผู้ที่มองมายังหน้าของผู้ที่สวมใส่เลนส
์เปลี่ยนสี เทคโนโลยีรุ่นล่าสุดของค่ายนี้ชื่อว่า Transitions VI หรือ Transitions 6
ข้อด้อยของเลนส์เปลี่ยนสีค่ายนี้คือ ราคาค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับค่ายอื่นครับ






ตอนนี้เราก็ได้รู้จักเลนส์เปลี่ยนสีมากขึ้นแล้ว ส่วนจะใช้หรือไม่ใช้ขึ้นอยู่กับความจำเป็น
หรือความต้องการของแต่ละบุคคลครับ เลนส์เปลี่ยนสีใช่ว่าจะดีสมบูรณ์แบบนะครับ ข้อด้อยของเลนส์
เปลี่ยนสีก็คือ จะเปลี่ยนสีไม่ได้ดีนักเมื่อใส่ขับรถยนต์ คือเปลี่ยนสีได้บ้างแต่จะไม่เข้ม ทั้งนี้เนื่องจาก
ขณะอยู่ในรถ เลนส์แว่นไม่ได้กระทบถูกรังสี UV มากนัก ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนสี
ยกเว้นขณะขับรถย้อนแสงอาทิตย์อีกประการหนึ่งก็คือ ราคาค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับเลนส์ที่เปลี่ยนสี
ไม่ได้ หรือเลนส์ปกติครับ



CONTACT
   
สถาบันดูแลสายตาดิ ออฟโต
สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินลาดพร้าว
เลขที่ 1 ถนนลาดพร้าว แขวงจอมพล
เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900
   
TEL : 0 2512 0453-4
FAX : 0 2512 0304 ต่อ 17
Fb : www.facebook.com/theopto
Line ID : @theopto
เดินทางสะดวกด้วย
รถไฟฟ้าใต้ดินลาดพร้าว
 

สมาชิกสมาคมส่งเสริมวิชาการแว่นตาแห่งประเทศไทย
สมาชิกสมาคมนักทัศนมาตรศาสตร์ไทย