เมื่อหนูน้อยใส่แว่น

 

อุ๊ย ใส่แว่นตาแล้วหรือ ลูก แหม ยังเล็กอยู่เลย คุณพ่อ คุณแม่ของลูกน้อยที่ใส่แว่นตาคงเคย
ได้ยินคำพูดทักทาย แถมตกใจจากญาติ ๆ และเพื่อน ๆ มาแล้วไม่มากก็น้อย อาจเป็นเพราะการรู้เท่า
ไม่ถึงการณ์ของเพื่อน ๆ เหล่านั้นที่ทำให้หนูน้อยคอตก หลบหน้า และไม่มั่นใจกับบุคลิกภาพของตนเมื่อ
ออกสังคม ผู้ปกครองบางท่าน พยายามปฏิเสธแว่นตาของหนูน้อยเพราะเกรงจะทำให้สายตาสั้นมากขึ้น
หรือ กลายเป็นเด็กติดแว่นแท้ที่จริงแล้วการใส่แว่นในเด็กที่มีปัญหาสายตา เช่น สายตาสั้น กลับเป็นผล
ดีอย่างมากเพราะเป็นการป้องกันภาวะที่มีการเพ่งสายตา ซึ่งมีส่วนทำให้สายตาเด็กเปลี่ยนแปลงไปใน
ทางสั้นมากขึ้นนอกเหนือจากปัจจัยพันธุกรรมซึ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้






เมื่อไรที่จะเริ่มสงสัยว่าลูกมีปัญหาสายตา


อาการแสดงง่ายๆ ที่พบบ่อย คือ เด็กก้มเขียนหนังสือ หรือ เล่นเกมส์กดในระยะใกล้มาก
หรี่ตาดูโทรทัศน์ หรือกระดานดำ ชอบนั่งติดจอโทรทัศน์ (คุณพ่อคุณแม่อาจคิดว่าเป็นสาเหตุที่สายตา
สั้น แต่ที่จริงเป็นการ บ่งบอกว่าลูกมีปัญหาสายตา)เด็กบางคนขยิบตาจนกลายเป็นนิสัย (กลุ่มนี้อาจ
มีภูมิแพ้ที่เยื่อบุตา)บางท่านอาจสังเกตว่าการเรียนของลูกแย่ลง จดงานผิดพลาดบ่อยๆร่วมด้วย
เรียนตามเพื่อนไม่ทัน ทั้งๆ ที่เคยเรียนดีในเด็กเล็กที่เป็นสายตายาว (HYPEROPIA) อาจพบว่ามีตา
เขเข้าในได้ (ESOTROPIA) หรือ เกิดจากลานสายตาผิดปกติก็ได้


ทำไมเด็กจึงปวดตา (ASTHENOPIA)

ในเด็กสายตาสั้นมักไม่ทำไห้เด็กปวดตา ยกเว้นมีสายตาเอียง (ASTIGMATISM) หรือ
สายตาสองข้างห่างกันมาก (ANISOMETROPIA) หรือความสามารถในการเพ่งวัตถุใกล้เลวลง
เด็กกลุ่มที่ี่เป็นสายตายาว ต้องแก้ด้วยเลนส์บวก (ที่มากกว่า 3.00D) ก็ทำให้เกิดปวดตาสายตา
เอียง (ASTIGMATISM) ที่ไม่ได้รับการแก้ไขทำให้เกิดการปวดตาได้


ใครจะวัดสายตาให้เด็ก

หากพบตาผิดปกติ ทางที่ดีที่สุดคือพาเด็กมาพบจักษุแพทย์ เพื่อทำการวินิจฉัยที่แน่นอน
ต่อไป การพิจารณาใส่แว่นในเด็กมีความยุ่งยากมากกว่าในผู้ใหญ่ เนื่องจากเด็กเล็กมักไม่อยู่นิ่ง
ขณะวัดสายตา (REFRACTION) และไม่อาจให้ความร่วมมือในการทำ SUBJECTIVE
REFRACTION ดังนั้นการพิจารณา ให้แว่นขึ้นกับจักษุแพทย์ ในเด็กบางคนจำเป็นต้องหยอดยา
ก่อนเพื่อลดการเพ่งของตาลง เพื่อให้ได้ ค่าสายตาที่ถูกต้องมากขึ้น



ควรใส่แว่นเมื่อไร

 

 

หมออยากให้คุณพ่อคุณแม่ช่วยสอดส่องดูแลสายตาของลูกน้อยว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติ
หรือไม่เพื่อการแก้ไขได้ทันท่วงที หากผู้ปกครองไม่สังเกตหรือไม่สนใจบางครั้งอาจจะสายเกิน
แก้ก็ได้ คือเกิดปัญหาตาขี้เกียจ(AMDIYOPIA LAZY EYE) ตามมาได้เนื่องจากจอประสาทตา
ของเด็กไม่เคยได้รับภาพคมชัดเลยซึ่งตอนนั้นแว่นตาก็ไม่ช่วย หมอหรือเทวดาก็ช่วยไม่ได้ค่ะ
ตาของเด็กจะมัวถาวรแก้ไขไม่ได้

อย่ากลัวเมื่อมีเหตุจำเป็นต้องให้ลูกใช้แว่น เพื่อโอกาสการเจริญของจอประสาทตาของ
เด็กเล็กๆ ได้เติบโตเต็มที่ตามวัยอันสมควร และเพื่อแก้ปัญหาตาเขในเด็กบางกลุ่มที่สายตาผิดปกติ
โดยไม่จำเป็นต้องรับการผ่าตัด สายตาเด็กอาจมีการเปลี่ยนแปลงในทางสั้นมากขึ้น แต่ไม่ใช่โรค
หากเป็นเพราะตาเด็กโตลูกตายาวขึ้นความโค้งตาเปลี่ยนไป จึงไม่ควนกังวนเรื่องสายตาเปลี่ยนมาก
แต่ควรพบจักษุแพทย์เป็นระยะๆ เช่น ทุก 6 เดือน แว่นตาจะทำให้เรียนหนังสือได้ดี แทนที่จะคอยตาม
จดจากเพื่อนหรือ หรี่ตามองจอปวดตา ปวดศรีษะไปหมด


ต้องใส่แว่นตลอดหรือเปล่า

คุณพ่อคุณแม่มักเกรงว่าการใส่แว่นตลอด จะทำให้เด็กติดแว่น และสายตาอาจจะสั้น
มากขึ้นในความเป็นจริงแล้ว ถ้าเด็กสายตาสั้น เอียงเล็กน้อยไม่ต้องใส่แว่นตลอด แต่ควรใส่เมื่อ
ใช้สายตาเพราะถ้าเด็กไม่ใส่ตาจะเพ่งทำให้กระตุ้นการสั้นของสายตาได้มากขึ้นนอกเหนือจากปัจจัย
พันธุกรรมที่มีส่วนเกี่ยวข้องอยู่แล้วเด็กที่มีภาวะ ประสาทตาทำงานไม่ได้ (AM-BLYOPIA) หรือเด็กที่
มีตาเข จำเป็นต้องใส่แว่นตลอดเพื่อภาวะดังกล่าว


เลือกแว่นอย่างไรให้เด็ก

มาถึงการเลือกแว่นควรใส่สบาย ชนิดของกรอบควรเบากระชับหน้า และอยู่ในระดับสายตา
พอดีควนเป็นกรอบพลาสติก ที่ฐานตรงดั้งจมูกไม่กว้างเกินไปเพราะจะลื่นตกลงที่ดั้งจมูกง่าย ทำให้
แว่นตกตาเด็กจะมองไม่ผ่านศูนย์ของเลนส์ เป็นผลเสียกับตาที่ไม่ได้รับเลนส์ที่ถูกต้องถ้าฐานที่ดั้งจมูก
เป็นโลหะ ก็อาจกดจมูกจนเจ็บได้ ขาแว่นต้องพอดีไม่ควรกดขมับ หรือกดหู (ขาสปริงจะดีกว่า) เพราะ
เด็กจะเบื่อแว่นได้การเลือกเลนส์ควรเป็นเลนส์พลาสติก เพื่อกันอันตราย จากอุบัติเหตุ จาการล้มหรือ
กระแทก และควรเคลือบแข็งกันขูดขีดเลนส์ย่อส่วนจะใช้เมื่อค่าสายตามาก หรือแต่ละข้างต่างกันมาก
เพื่อให้เกิดสมดุลย์ของน้ำหนักแว่นไม่หนักเกินไปแว่นตาไม่ควรแพง เพราะเด็กอาจจะเปลี่ยนแว่นบ่อย
คุณพ่อคุณแม่ต้องคอยดู ไม่ให้ขาแว่นเบี้ยว เอียง เพราะค่ากำลังและองศาของสายตาจะผิดไป
ทำให้เป็นผลเสียกับสายตาได้

เรื่องแว่นแฟชั่นในเด็กที่พบเห็นอยู่มากมายไม่ควรให้ทึบแสงจนเกินไป เด็กอาจหกล้มได้
ไม่ชิดตาเกินไป เพราะตาเป็นฝ้าได้เมื่ออากาศภายนอกเย็น ควรใช้ในโอกาสต่าง ๆ เช่นไปชายทะเล
นั่งในที่มีการปะทะลมและฝุ่น เพื่อป้องกันรังสี U.V. และกันการระคายเคืองจากลมและฝุ่น เด็ก ๆ
ก็มีสิทธิ์เท่ห์ได้นะคะ


ท้ายที่สุดนี้ ขอฝากให้คุณพ่อคุณแม่ช่วยดูแล สายตาของลูกน้อย ซึ่งเป็นดังดวงใจของทุกท่านด้วยคะ

 

ที่มา พญ.สุภาพร ศรีธวัชพงศ์
CONTACT
   
สถาบันดูแลสายตาดิ ออฟโต
สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินลาดพร้าว
เลขที่ 1 ถนนลาดพร้าว แขวงจอมพล
เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900
   
TEL : 0 2512 0453-4
FAX : 0 2512 0304 ต่อ 17
Fb : www.facebook.com/theopto
Line ID : @theopto
เดินทางสะดวกด้วย
รถไฟฟ้าใต้ดินลาดพร้าว
 

สมาชิกสมาคมส่งเสริมวิชาการแว่นตาแห่งประเทศไทย
สมาชิกสมาคมนักทัศนมาตรศาสตร์ไทย